
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มุ่งยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผนึกกำลังสถาบันอาหาร ยกระดับวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการชุมชน โดยการพัฒนาองค์ความรู้ สร้างมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น เผยแพร่อัตลักษณ์วิถีชุมชน จากการนำวัตถุดิบท้องถิ่นผสมผสานภูมิปัญญาและวิถีชีวิตชุมชน เกิดการรังสรรค์เมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม 26 เมนู จาก 13 ชุมชน ภายใต้กิจกรรม มุ่งยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม คาดว่าจะสามารถกระตุ้นเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นได้กว่า 5.6 ล้านบาท
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!
นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายผลักดัน Soft Power อาหาร ซึ่งอาหารไทยเพียบพร้อมด้วยรสชาติ และคุณประโยชน์จากวัตถุดิบ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ในระดับโลก” กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) มีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชุมชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ในปีนี้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร สร้างมูลวัตถุดิบท้องถิ่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล จึงทำให้เกิด “โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน” ซึงภายใต้โครงการดังกล่าว มีกิจกรรมที่สำคัญคือการมุ่งยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัว เพิ่มทักษะการประกอบการธุรกิจด้านอาหารในการนำความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิมและวัฒนธรรมท้องถิ่นผนวกความคิดสร้างสรรค์ รังสรรค์เป็น “เมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม” ที่มีคุณค่าและสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารท้องถิ่นได้โดยใช้แนวคิดเชิงสร้างสรรค์มาประยุกต์ให้เกิดเป็นเมนูที่โดดเด่นได้

และจากการดำเนินกิจกรรมนี้ ดีพร้อมเชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นให้ชุมชนสามารถปรับตัวและรองรับการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงสามารถยกระดับเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นให้มี ความเข้มแข็ง เกิดการกระจายรายได้ มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดการยกระดับมาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนให้ดีขึ้น ตลอดจนสามารถนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ไปถ่ายทอดให้คนในชุมชนรุ่นต่อไปได้ เพื่อเกิดเป็นชุมชนต้นแบบและโมเดลในการพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชุมชนด้านอุตสาหกรรมอาหาร จนก่อให้เกิดการขยายผลไปยังชุมชนพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และยังเป็นการสร้างจุดขายและรายได้ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้กับชุมชน อันจะสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้ชุมชน ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเกิดความแข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน

นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่าผู้ประกอบการชุมชน ทั้งในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจ มีการจดทะเบียนในปี 2566 จำนวน 84,759 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 524 แห่ง โดยธุรกิจชุมชนเหล่านี้สร้างรายได้ ต่อปีมากกว่า 2.55 หมื่นล้านบาท ซึ่งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ “ธุรกิจชุมชน” จึงเกิดการผลักดันขับเคลื่อนเพื่อสร้างความเข้มแข็ง โดยมุ่งเน้นการชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น : วัฒนธรรม วิถีชีวิต ธรรมชาติ และอาหาร เพื่อยกระดับเมนูอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นเป็น “เมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม” โดยเริ่มดำเนินการขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2566 เพื่อรังสรรค์และพัฒนาวัตถุดิบท้องถิ่นให้กลายเป็นเมนูเด็ดดีพร้อม จำนวน 26 เมนู จาก 13 ชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้ชุมชนสามารถปรับตัวและรองรับการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงสามารถยกระดับเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดการยกระดับมาตรฐาน การครองชีพ และความเป็นอยู่ของประชาชนในชุมชนให้ดีขึ้น


นายสิทธิรงณ์ เร่งเงียบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวต่อไปว่า ภายในกิจกรรม “ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม” ประกอบด้วยกิจกรรมย่อย 3 กิจกรรม
- กิจกรรม “ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Creative chef camp)” ระหว่างวันที่ 20 – 22กุมภาพันธ์ 2567
- กิจกรรมให้คำปรึกษาแนะนำ (Coaching) ในรูปแบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 4 – 19มีนาคม 2567
- กิจกรรมแถลงข่าวสร้างการรับรู้และสรุปผลการดำเนินงาน ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2567

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy Tourism ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากการขยายตัวของตลาดการท่องเที่ยวเชิงอาหารทั่วโลกเฉลี่ยปีละ 16.8% และคาดว่าจะมีมูลค่าตลาด 1,796.5 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2570 โดยไทยมีส่วนแบ่งทางการตลาดเกือบ 4% คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 70 ล้านบาท จากการสำรวจกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลเลือกเดินทางมาประเทศไทยคือ ความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว อาหารและเครื่องดื่ม และอัธยาศัยไมตรีของคนท้องถิ่น ซึ่งเห็นได้ชัดว่า “อาหาร” คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คำนึงถึง และจากการรายงานของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รายงานว่า นักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม คิดเป็น 1 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายต่อคน โดยพบว่า อาหารที่นิยมรับประทานที่สุด ได้แก่กลุ่มอาหาร Street Food (77.03%) รองลงมาเป็นร้านอาหารท้องถิ่น หรือทัวร์อาหารท้องถิ่น (45.72%) กลุ่มร้านอาหารไทย แบบ Fine Dining กลุ่ม Café และกลุ่มร้านอาหารนานาชาติ แบบ Fine Dining ตามลำดับ





ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้รัฐบาลมีการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในสายตานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศมากขึ้นผ่านการส่งเสริม Soft Power 8 อุตสาหกรรม ซึ่ง “อาหารไทย” เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ให้ความสำคัญ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการทุกระดับ และยกระดับผู้ประกอบการชุมชนเพื่อพัฒนาเมนูอาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จัก ผ่านการจัดทำเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม ซึ่งสอดรับกับภาระกิจของกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสถาบันอาหาร ที่ให้ความสำคัญกับภาระกิจในการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในทุกระดับให้สามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดได้ ผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ การวิจัย และการส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่ผู้ประกอบการ



นายภาสกร ชัยรัตน์ อธิบดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) และสถาบันอาหาร จะร่วมกันผลักดันให้ “ประเทศไทยเป็นจุดหมายสำคัญในการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นด้วย Soft Power รังสรรค์เป็นเมนูเด็ดชุมชนดีพร้อม เพื่อต่อยอดพลังแห่ง Soft Power ในการส่งต่อไปยังนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อสร้างรายได้และโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้คนในชุมชนและเป็นการสร้างรากฐานอุตสาหกรรมให้แก่ประเทศอีกทางหนึ่ง
