ปักหมุดอาเซียน! gamescom asia x Thailand Game Show 2026 รวมผู้จัดแสดง 29 ประเทศ เปิดเกมรุกธุรกิจเกมระดับโลก

‘gamescom asia x Thailand Game Show 2026’

ต่อยอดความสำเร็จ 1,220 ล้านยกระดับที่สุดแห่งมหกรรมเกมในอาเซียน

สู่พื้นที่จับคู่ธุรกิจอุตสาหกรรมเกมระดับโลก

รวมผู้จัดแสดง 29 ประเทศและเขตการปกครอง 20 พาวิลเลียน

ชู 3 แทร็กสัมมนาอัปเกรดศักยภาพธุรกิจพร้อมเวที “Reverse Pitch”

เฟ้นหาผู้จัดจำหน่ายเกมที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ครั้งแรกในเอเชีย

                  “gamescom asia x Thailand Game Show 2026” เตรียมเปิดพื้นที่เจรจาธุรกิจสำหรับอุตสาหกรรมเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อยอดความสำเร็จปีก่อน ที่สร้างมูลค่าทางธุรกิจถึง 1,220 ล้านบาท โดยมุ่งเชื่อมโยงธุรกิจเกมไทยเข้ากับผู้จัดจำหน่ายเกม การลงทุน และความเชี่ยวชาญระดับโลก เพื่อปักหมุดกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางตลาดเกมของภูมิภาค พร้อมสร้างสถิติด้วยไลน์อัปผู้จัดมากที่สุด ตั้งแต่จัดงานมา โดยมาจาก 29 ประเทศและเขตการปกครอง ครอบคลุม 4 ทวีป 20 พาวิลเลียนระดับชาติจาก 12 ตลาดสำคัญ ตั้งแต่เอเชีย ยุโรป ไปจนถึงอเมริกาเหนือ ชูความเข้มข้นด้วย 3 แทร็กสัมมนาเพื่อต่อยอดธุรกิจ พร้อมโอกาสกระทบไหล่คนดังระดับตำนานของวงการเกม ควบคู่เวทีประชันไอเดีย “Pitch Competition” และไฮไลต์พิเศษ “The Reverse Pitch” ครั้งแรกในเอเชีย ที่พลิกบทบาทให้ค่ายผู้จัดจำหน่ายระดับโลกเป็นฝ่ายขึ้นเวทีพิชชิ่งหาผู้ผลิตเกม โดยงานจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แบ่งเป็น โซนธุรกิจ (B2B) วันที่ 29-30 ตุลาคม และโซนความบันเทิง (B2C) วันที่ 30 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2026


ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางตลาดเกมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

            ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เผยให้เห็นถึงความสำเร็จของงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2025 ครั้งที่ผ่านมา ได้สร้างมูลค่าธุรกิจกว่า 1,220 ล้านบาท ท่ามกลางผู้เข้าร่วมงานกว่า 206,159 คน จาก 95 ประเทศ โดยมีสัดส่วนกลุ่มนักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติถึง 5,590 คน จาก 81 ประเทศ ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางตลาดเกมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นำมาสู่การต่อยอดโซน B2B ในปี 2026 ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ผ่าน 5 ไฮไลต์สำคัญของโซนธุรกิจ (B2B)

เจาะลึก 5 ไฮไลต์สำคัญโซนธุรกิจ (B2B) ที่ผู้ประกอบการต้องจับตา


            1.พาวิลเลียนนานาชาติ (International Pavilions): เชื่อมต่อพาร์ตเนอร์ระดับโลก นำโดย 20 พาวิลเลียนนานาชาติจาก 12 ตลาดสำคัญ สร้างสถิติผู้จัดแสดงจาก 29 ประเทศและเขตการปกครอง ทั่ว 4 ทวีป โดยเป็นการรวมตัวของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากประเทศชั้นนำ เช่น เกาหลีใต้ (นำทัพใหญ่ที่สุดถึง 6 คณะ), สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, เยอรมนี, ออสเตรีย, สเปน, อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ ควบคู่กับตัวแทนจากจีน ไต้หวัน และเจ้าภาพอย่างไทย เพื่อเปิดประตูให้สตูดิโอไทยเจรจาด้านการจัดจำหน่าย การร่วมลงทุน และการขยายตลาดสู่สากล

         2.เวทีสัมมนาจากวิทยากรระดับโลก (Global Speaker Sessions): พื้นที่แห่งการถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมเกม รวมตัววิทยากรและผู้นำระดับโลกกว่า 70 คน เพื่อติดอาวุธทางความคิดให้สตูดิโอเกมไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวข้ามความท้าทาย ทั้งในเชิงความคิดสร้างสรรค์และเชิงพาณิชย์ ผ่าน 3 แทร็กสัมมนาต่อยอดธุรกิจสุดเข้มข้น ได้แก่ 

  • Track 1: Game Dev & Production

○   เจาะลึกศิลปะแห่งการสร้างเกมให้โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ นำโดย John Romero ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Romero Games จากประเทศไอร์แลนด์ โดยเหล่าเกมเมอร์ส่วนใหญ่จะรู้จักเขาในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้สร้างเกมซีรีส์ DOOM, Wolfenstein 3D หรือ Quake เป็นต้น

คุณ Nick Herman ผู้ร่วมก่อตั้ง AdHoc Studio จากประเทศสหรัฐอเมริกา

○        กรณีศึกษาเบื้องหลังความสำเร็จจาก Nick Herman และ Dennis Lenart สองนักพัฒนาเกมที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้แห่ง AdHoc Studio เจ้าของเกม “Dispatch” ที่กวาด 3 รางวัลจากเวที BAFTA Games Awards 2026 มาแล้ว ในหัวข้อ “Evolving a Genre: The Making of AdHoc Studio’s Hit Debut, Dispatch”

○   มุมมองการปรับตัวสู่ผู้เล่นยุคใหม่ที่ไม่ได้ต้องการแค่การเล่นเกม โดย Zhen Fang รองประธานฝ่ายดูแลการต่างประเทศ จากเกมอันเป็นที่รักของคุณหนูๆ อย่าง Roblox ในหัวข้อ “The Next Generation Won’t Just Play Games”

  • Track 2: Game Publishing & Biz Strategies

○   ตีแผ่กลยุทธ์ธุรกิจ การระดมทุน และการสร้างการเติบโตระยะยาว ถอดบทเรียนจากยักษ์ใหญ่ระดับโลก นำโดยการชุบชีวิตเกมคลาสสิกจากทีม Ubisoft ค่ายเกมดังที่สร้างผลงานระดับโลกอย่าง “Assassin’s Creed” มาแล้ว ในหัวข้อ “Why Remake a Classic? How Ubisoft Is Reimagining Beloved Games”

○   ศาสตร์การเล่าเรื่องให้ตราตรึงใจจาก Lis Moberly แห่ง The Walt Disney Company ในหัวข้อ “Spinning Straw into Gold”

○   การวิเคราะห์ภูมิภาคสู่ฮับอุตสาหกรรมเกมโดย Jane Lau จากยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent ในหัวข้อ “Can Southeast Asia Become the Next Co-Development Powerhouse?”

  • Track 3: Power Pitching

พื้นที่ปล่อยของที่เปิดกว้างให้นักพัฒนารุ่นใหม่ได้นำเสนอไอเดียออริจินัลสุดสร้างสรรค์ สู่สายตาพาร์ตเนอร์และนักลงทุนระดับสากล ในเวทีพิชชิ่งที่พิเศษและยิ่งใหญ่มากกว่าเดิม

         3.”The Reverse Pitch” เวทีการพิชชิ่งพลิกบทกับครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ครั้งแรกในภูมิภาคกับการพลิกบทบาทครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมเกม ที่เปิดโอกาสให้ค่ายผู้จัดจำหน่ายระดับโลก (Publishers) และนักลงทุนชั้นนำ เป็นฝ่ายขึ้นเวทีนำเสนอวิสัยทัศน์ในรูปแบบ Pitching เพื่อบอกเล่าถึงทิศทางเกมที่กำลังมองหาและรูปแบบการสนับสนุนที่พร้อมมอบให้แก่นักพัฒนา นำโดยทัพตัวแทนระดับโลก อาทิ Tripwire Interactive, Focus Entertainment, Fireshine Games, Team17, Arc Games, Secret Mode, Blue Ridge Games, Joystick Ventures และ PlaySide Publishing เปิดประตูให้นักพัฒนาและสตูดิโอไทยสามารถเลือกจับคู่ธุรกิจและเข้าหาพาร์ตเนอร์ที่ตรงโจทย์ได้อย่างแม่นยำ

            4.”Pitch Competition” เวทีประชันผลงานระดับสากล: เวทีเฟ้นหาสุดยอดผลงานสร้างสรรค์จากสตูดิโอเกมที่ผ่านการคัดเลือก สนับสนุนโดย ShotDeck เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) ใน 3 สาขา ได้แก่ Best Visual, Best Game Design และ Most Anticipated Game (เปิดให้ผู้ร่วมงานโหวต) ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้าของวงการ นำโดย Lawrence Sher, ASC ผู้กำกับภาพระดับฮอลลีวูดและซีอีโอ ShotDeck ร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ การลงทุนและคัดเลือกเกมจาก Com2uS, Fireshine Games, Team17 และ KANDO Factory

คุณ Jane Lau ตำแหน่ง Senior Creative Producer บริษัท Tencent Games Global

 

คุณ Dennis Lenart ผู้ร่วมก่อตั้ง AdHoc Studio จากประเทศสหรัฐอเมริกา

5.”Meet and Greet” กิจกรรมพบปะครีเอเตอร์เกมระดับโลก: เชื่อมโยงคอมมูนิตี้คนเบื้องหลังอุตสาหกรรมเกมเข้ากับคอมมูนิตี้ผู้เล่น ในโซนความบันเทิง (Entertainment Area) ด้วยโอกาสพิเศษในการพบปะกับ John Romero นักพัฒนาเกมระดับตำนาน และ Xiaoyukiko ครีเอเตอร์และ KOL ชื่อดังระดับภูมิภาคอย่างใกล้ชิดแบบตัวเป็นๆ

         gamescom asia x Thailand Game Show 2026 จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) กรุงเทพฯ แบ่งพื้นที่การจัดงานออกเป็น:

  • โซนธุรกิจและการประชุม (Business Area & Conference):

วันที่ 29–30 ตุลาคม 2026 สงวนสิทธิ์การเข้าชมเฉพาะผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเกม สื่อมวลชน และผู้ถือบัตรประเภท Conference Delegate หรือ VIP เท่านั้น

  • โซนความบันเทิง (Entertainment Area):
    วันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2026 เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม

            ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี gamescom asia x Thailand Game Show 2026 โดยสามารถซื้อบัตรเข้าชมงานล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ผ่านทาง Zipevent www.zipeventapp.com/e/GCAxTGS2026 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://gamescom.asia/th/